Thursday, June 25, 2020

คนแรก !! ที่กล้าขายอีบุ๊ค ไม่กี่หน้า ราคา 990 บาท

สวัสดีค่ะ เราชื่อ "มลฤดี ทีบุญมา" [แจง] 
เป็นคน Gen-C ที่เชื่อมต่อโลกออนไลน์ตลอดเวลา
เราทำธุรกิจ “นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น” มาเกือบ 10 ปีแล้ว 
แวะไป Say Hi!  ได้ที่เพจ https://www.facebook.com/Kokoro.PreOrderJapan/
:
เราเป็นผู้เขียนหนังสือและอีบุ๊ค ที่ขายดีอับดับ 1 บนแพลตฟอร์ม OokBee ตลอดปี 2558 
“จับเสือมือเปล่า Pre-Order Japan รวยได้ ไม่ง้อทุน”
สร้างความฮือฮาให้วงการอีบุ๊คไทย กล้าขายได้ยังไง ตั้ง 990 บาท
:
หากสนใจเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ มีใจรักในสินค้าญี่ปุ่นเหมือนเรา
แวะไปส่องได้ที่เพจ https://www.facebook.com/BuyBidJapan/
:
ขอแนะนำตัวเพียงแค่นี้ก่อน 
จะพยายามเขียนเรื่องราวดีมีประโยชน์โพสต์ให้อ่านกันมากขึ้น 
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้ 
หวังว่าจะมีโอกาสเจอกันอีกในบทความต่อๆไปค่ะ
:

หมายเหตุ หนังสือขายหมดแล้ว ไม่ได้พิมพ์เพิ่ม 
เพราะข้อมูลปรับเปลี่ยนไปเร็วมาก อัพเดทไม่ทันค่ะ 
ส่วนอีบุ๊ค เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2558 กำลังอัพเดทเร็วๆนี้ โปรดติดตามค่ะ 



Thursday, November 21, 2019

“ติ่ง” ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“ติ่ง” ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

วันหยุดที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์ “#กระบี่เทพสังหาร” (Jade Dynasty) รอบเหมาโรง โดยกลุ่มแฟนคลับ “คนรักเซียวจ้าน” และผู้ที่ชื่นชอบซีรี่ย์ “#ปรมาจารย์ลัทธิมาร







#เซียวจ้าน (Xiao Zhan) เป็นนักแสดงและนักร้องชาวจีนวง X NINE ที่โด่งดังเป็นพลุแตก จากซีรี่ย์จีน “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” ซึ่งสร้างมาจากนิยาย ยอดอ่านหลายสิบล้านครั้งบนโลกออนไลน์ ผลงานของ “#โม่เซียงถงซิ่ว” นักเขียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ประเภทนิยายฉุนอ้าย บนเว็บไซต์จิ้นเจียง
:
เราขอยกให้ “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” เป็น #ซีรี่ย์กู้ชาติของจีน
สามารถดึงติ่งจากทุกด้อม ทั้งเกาหลี-ญี่ปุ่น ไหลไปสู่จีน หลงวนเวียนอยู่ในกูซู ยังหาทางกลับด้อมไม่เจอ





กระแส “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” ติดเทรนอับดับ 1 weibo และ twitter แทบทุกวัน 
:
หนังสือนิยายแปล ลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์ #Bakerybook 5 เล่มจบ เพิ่งวางจำหน่ายไป 2 เล่ม ขายหมดเกลี้ยง ก่อนที่หนังสือจะถูกจัดขึ้นเชลฟ์
:
ทำให้ “ติ่งญี่ปุ่น” 🇯🇵 อย่างเรา อดใจไม่ไหว ต้องหันกลับไปมองแรง
:
สินค้าจีนที่ได้ 2 นักแสดงนำ “เซียวจ้าน” และ "หวัง อี้ป๋อ” เป็นพรีเซนต์เตอร์ หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ ยอดขายพุ่ง เติบโตแบบก้าวกระโดด
:
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับซีรี่ย์ “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” ขายดีถล่มทลาย ผลิตแทบไม่ทัน สร้างรายได้ให้ “ติ่ง” ที่มองเห็นโอกาส
:
เราไปชมภาพยนตร์ “กระบี่เทพสังหาร” (Jade Dynasty) รอบเหมาโรง 1,050 ที่นั่ง ณ สยามภาวลัย Paragon Cineplex บรรยากาศในพารากอนสดใสไปด้วยแฟนคลับที่พร้อมใจกันสวมเสื้อโทนแดง-ดำ-ขาว





ดูหนังจบ ไปต่องาน “มหกรรมหนังสือนิยาย” จัดขึ้นที่ห้าง “สามย่านมิตรทาวน์” เพื่อไปถ่ายภาพร่วมกับสแตนดี้ของตัวละคร “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” และรับหิ้วนิยาย 
:
โชคดีที่ไปเจอนิยายแปล “กระบี่เทพสังหาร” 11 เล่มจบ
ของผู้เขียน Xiao Ding (เซียวติ่ง) ตีพิมพ์ ปี พ.ศ. 2556
มีซีรี่ย์ฉายแล้ว 73 ตอน กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อเซียวจ้านมารับบทนำในภาพยนตร์
:
“กระบี่เทพสังหาร” ช่วยกู้ชีพ พลิกชีวิตให้กับบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ รายได้เกินความคาดหมาย ด้วยพลังสนับสนุนของแฟนคลับ




ก่อนหน้านี้เราไป “#มหกรรมหนังสือระดับชาติ” ที่ย้ายไปจัด ณ เมืองทองธานีเป็นครั้งแรก ยอมใจแฟนหนังสือที่ไปต่อคิว รอซื้อหนังสือกันแต่ตี 5
นิยาย Box Set ลิมิเต็ด เอดิชั่น ขายหมดทันทีที่บูธเปิดขาย
:
บูธของสำนักพิมพ์ Bakerybook คนแน่น คิวยาว ราวกับต่อคิวซื้อบัตรคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี
:
“ติ่ง” เป็นได้ทุกเพศทุกวัย เราเองก็เพิ่งเริ่มมาติ่ง เพราะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ 💸💸

ทำแล้วมีความสุข ได้สนับสนุนผลงานของศิลปินที่เราชื่นชอบ แถมยังมีรายได้เพิ่มอีกหลายช่องทาง
:
“ติ่ง” ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก สร้างเงินหมุนเวียนมหาศาล
สินค้าอุปโภค-บริโภค ขายได้ ขายดี เพราะคนต้องกิน-ใช้
แต่สินค้าของศิลปิน ขายได้กำไรดี ผู้ซื้อไม่เกี่ยงราคา เปย์ด้วยใจ 💕







#ติ่งศิลปิน
#ยืนงงในดงนิยาย
#ปรมาจารย์ลัทธิมาร
#เซียวจ้าน肖战
#เซียวจ้าน肖战XiaoZhan
#XiaoZhan肖战
#หวังอี้ป๋อ
#หลานจ้านเว่ยอิง
#WangYibo 
#TheUntamed

Wednesday, October 23, 2019

รีวิวที่พักโตเกียว "the b tokyo akasaka"

รีวิวที่พักโตเกียว 🇯🇵 "the b tokyo akasaka"
เข้าพักเมื่อ กรกฎาคม 2562
ประทับใจตั้งแต่ปีก่อน พักที่สาขาซัปโปโร
เลยตามไปพักอีกครั้งที่โตเกียว
ไม่ผิดหวัง ประทับใจมากกว่าเดิม 🥰
:
ห้องพักสะอาด สะดวกสบาย มีของใช้ครบครัน
พนักงานต้อนรับดูแลเอาใจใส่ดีมาก
ขนกระเป๋าและสัมภาระมากมายของเราไปไว้ให้ที่ห้อง
มีกาแฟฟรีให้กดดื่มได้ตลอดเวลาที่ Lobby
เราไม่รับอาหารเช้า เพราะตื่นลงไปกินไม่ทัน
:
ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน Akasaka 🍁🌳🌷
ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ เงียบ สงบ เหมาะกับคนชอบธรรมชาติ
เดินทางไปช้อปปิ้ง Harajuku, Shibuya สะดวกมาก
:
รถไฟใต้ดิน Akasaka มีทางออกหลายประตู
วันแรก ออกประตูที่เดินไกลมาก (ตาม google) 😢
ลากกระเป๋าผ่านสวนสาธารณะ, วัด, สุสาน
เดินขึ้นเขา เหนื่อยมาก น้ำตาจิไหล 😰
:
คอนวีเนี่ยนสโตร์ที่ใกล้ที่สุด ต้องเดินลงเขา
ขาลงว่าเหนื่อยแล้ว ขาขึ้นเหนื่อยโฮก
แต่คนญี่ปุ่นวิ่งขึ้นลงกันตัวปลิว
:
หิ้วของเดินขึ้น-ลงเขา ชื่นชมธรรมชาติ
ฝนตกโปรยปราย 🌧 ฟังเสียงจิ้งหรีด อยู่ 3 วัน
จึงค้นพบว่า...
ทางออกรถไฟใต้ดิน Akasaka ที่ใกล้และสะดวกที่สุดคือ
Exit 3a/3b ออกไปแล้วเจอตึก TBS มีลิฟต์ขึ้น-ลงเขา 😃
:
พนักงานโรงแรมจะไม่บอกเส้นทางนี้ เพราะเป็นลิฟต์ในพื้นที่ของ TBS
เราไปใช้บริการช่วงเวลาที่ไม่ตรงกับเวลาเข้า-ออกของพนักงาน TBS
เพราะกว่าเราจะออก ก็เกือบเที่ยงวัน และกลับถึงโรงแรมเกือบเที่ยงคืน
:
สำหรับคนรักธรรมชาติ ชอบความสงบ ห่างจากย่านแออัด
เดินทางสะดวก อยู่ใกล้ Harajuku, Shibuya แนะนำให้พักที่นี่
:
ชาวติ่ง ติดตามศิลปินไอดอล มีโอกาสเจอ หากเขามาจัดรายการหรือ Event ที่สถานี TBS ช่วงที่เราไปก็มีแฟนคลับมารอกันเป็นกลุ่มๆ
แต่เราไม่ได้อยู่รอดูว่าใคร เพราะหิ้วของพะรุงพะรัง จึงรีบกลับที่พัก
:
ประทับใจอีกอย่างคือ ฝักบัวอาบน้ำมีหลายปุ่ม นวดหลัง นวดพุง สบายดี 🥰















Tuesday, March 19, 2019

ไปดองกี้ ทำอะไรกัน?

สิ้นสุดการรอคอยเมื่อ Don Don Donki 
เปิดสาขาแรกในไทย ใจกลางทองหล่อ #ดองกี้ทองหล่อ



สาวกสินค้าญี่ปุ่น แห่กันไปละลายทรัพย์ จนการจราจรติดขัด

จากที่สำรวจราคา มีทั้งที่ถูกและแพง แต่รวมๆ แล้วโอเค
ไม่ต้องเสียเวลาไปหิ้วจากญี่ปุ่น
ไม่ต้องรอของ สอยจากดองกี้ ทองหล่อ ได้เลย




แน่นอนว่า ส่วนใหญ่ไปช้อปปิ้งกันใช่ไหมคะ
โดยเฉพาะสตรอเบอรี่ ที่วางละลานตาเต็มดองกี้
แต่...เราตั้งใจไปตีเบสเบอลจ้า 




หลังจากดู “Tonari no Kaibutsukun” จบ
เราก็อยากไปหวดเบสบอลแบบ “ชิซึคุ” บ้าง
เผื่อจะเจอพระเอกอย่าง “ฮารุ” 





คิดว่าอยู่ญี่ปุ่น เลยเดินจากเอกมัยไปจนถึงดองกี้ ทองหล่อ
แค่ 1 กิโลกว่าๆ เหงื่อท่วมเลยจ้า
แวะดื่ม “กรีนที สตรอเบอรี่” ที่ “นานะ กรีนที คาเฟ่” ชั้น 1




หายเหนื่อย ก็ตรงดิ่งไปชั้น 5 D-SPORTS STADIUM

มีสนามเบสบอล, โต๊ะปิงปอง, บาสเกตบอล, แบตมินตัน, หน้าผาจำลอง และ เครื่องเกมตู้ (Arcade Game) มากมาย
จ่ายเพียง 100 บาท ไม่จำกัดเครื่องเล่น ภายในเวลา 1 ชั่วโมง

อายุขนาดเรา ไม่น่าเข้า D-SPORTS STADIUM หรือเปล่า?




อย่าได้แคร์ หวดเบสบอลไป 5 รอบๆ ละ 10 ลูก
ตีโดนบ้างไม่โดนบ้าง ต่อด้วยบาสเกตบอล และปิงปอง

เล่นเต็มที่ 1 ชั่วโมง เหนื่อยแต่สนุกมาก
รอบหน้าตั้งใจจะไปร้องคาราโอเกะ แม้จะหายใจผิดคีย์ก็ตาม

ผ่านมาแล้ว 2 วัน ยังปวดเมื่อยตัวไม่หาย
คงต้องกลับไปถอน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปสัมผัสชั้น 5 ดองกี้ รีบเลยนะคะ
ช่วงเปิดตัว ค่าบริการต่างๆ ยังไม่แพง

อย่ากังวล ว่าเราอายุเท่าไหร่?
ลองลุกออกไป ทำอะไรใหม่ๆ ที่ต่างจากเดิม

กระตุ้นความสดใสในตัวเราออกมา
เติมพลังชีวิต ให้ขับเคลื่อนต่อไป
คุณอาจได้พบเพื่อนใหม่ หรือไอเดียทำธุรกิจ อย่างคาดไม่ถึง



Thursday, March 7, 2019

30 วัน ก้าวข้าม “ความขี้เกียจ”

30 วัน ก้าวข้าม “ความขี้เกียจ” 
おめでとうございます。
ผลสอบวัดความรู้ Minna no Nihongo เล่ม 1 
ผ่านฉลุย 90%  (เกณฑ์ผ่าน 65%)



เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ที่หักดิบการใช้ชีวิต
เคยนอนหลังเที่ยงคืน ตื่นเที่ยงวัน
มาเป็นตื่นตี 5 นอนก่อนเที่ยงคืน
อ่านหนังสือ ทำการบ้านให้เรียบร้อย
แล้วถึงจะแต่งตัวออกจากบ้าน
ไปเป็นปลากระป๋องบน Bts อ่อนนุช เพื่อไปลงพร้อมพงษ์
:
แม้จะเป็นช่วงสถานีสั้นๆ ใช้เวลาไม่นาน
แต่ต้องลุ้นว่าจะมีขบวนโล่งๆ มารับหรือเปล่า
ถ้าคนแน่นติดๆกันหลายขบวน
มีโอกาสได้ใช้บริการพี่วินแว๊นไปส่งแน่ๆ
:
หลายครั้งที่อยากขี้เกียจ
“การบ้านไม่ทำ หนังสือไม่อ่าน นอนดูซีรี่ย์ข้ามคืน”
แต่เป็นเพียงความคิดชั่ววูบ
แว๊บเดียวก็ถูกความมุ่งมั่น ที่มีมากกว่าทำลายไป
:
เริ่มแรกผู้เรียนเต็มคลาส 21 คน
จบคอร์สแรก ไปต่อคอร์ส 2 ไม่ถึง 10 คน
หลายคนเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น
บางคนย้ายไปเรียนที่ใหม่ ใกล้ๆบ้าน
บางคนยังไม่สะดวกไปต่อคอร์ส 2
มีบ้างที่กลับไปเรียนซ้ำคอร์ส 1 ให้ความรู้แน่นกว่าเดิม



เรียนภาษาญี่ปุ่นและสอบให้ผ่าน ไม่ยากเลย
แค่ไปเรียนทุกวัน ทำการบ้านและแบบฝึกหัดด้วยตัวเอง
เพราะข้อสอบอยู่ในหนังสือและแบบฝึกหัดทั้งหมด
:
ยากที่สุด ไม่ใช่ข้อสอบ แต่คือการรับผิดชอบตัวเอง
(เราขาดเรียน 2 วัน ป่วยจริงกับป่วยการเมือง)
:
6 สัปดาห์ ที่ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต เหนื่อยบ้างแต่ไม่ท้อ
เรามีความสุขมากที่ได้กลับไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
ดีใจมากที่ออกจาก "Comfort zone" ได้
รู้สึกฟื้นคืนพลังขึ้นมาอีกขั้นแบบ “ซุปเปอร์ไซย่า”
:
ตั้งเป้าหมาย เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
ลงสู่สนามมาราธอนแล้ว แม้จะวิ่งช้าๆ
แต่เราจะวิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเส้นชัย
ไม่ได้แข่งกับใคร แข่งกับใจตัวเอง..แค่นั้นพอ





Sunday, February 17, 2019

เงิน เวลา และจิตใจ


เขาว่า เวลาแห่งความสุข มักผ่านไปไว
เราว่า เวลาชีวิตยุ่งเหยิง ผ่านไปไวกว่า

เหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน จะเรียนจบ Minino Nihongo เล่ม 1 แล้ว 
ซึ่งจะต้องสอบให้ผ่าน เพื่อเลื่อนไปเรียนระดับ J02 หรือ Minino Nihongo เล่ม 2 ต่อไป

ทุกๆ วันที่ไปเรียน ไม่มีเวลาขี้เกียจเลย
เสาร์ - อาทิตย์ ตารางงานแน่น แม้จะมีเวลาให้เถลไถลบ้าง ก็จะรู้สึกไม่สบายใจ 
อยากรีบกลับไปตอบ inbox ลูกค้า แพ็คของ ทำการบ้าน ทบทวนบทเรียน



1 เดือน ที่กลับสู่ชีวิตนักเรียน ปรับเปลี่ยนตารางชีวิตหลายอย่าง 
นอนเร็วขึ้น ตื่นเช้าขึ้น ไม่มีช่วงเวลาให้เอ้อระเหยเลย 

หลายครั้งโกรธตัวเองที่บริหารเวลาไม่ดีพอ มีหลายอย่างที่จะต้องทำ แต่ยังไม่ได้ทำสักที เช่น ออกกำลังกาย, ถ่ายคลิปยูทูป, อัพเดทหนังสือ 
แม้แต่เขียนไดอารี ยังห่างหายไปเกือบเดือน

ปีที่แล้ว เราเริ่มทบทวนภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่จริงจังนัก 
ยังกล้าไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N5 ผลคือ คะแนนตกต่ำตามคาด

ทำให้เราตัดสินใจกลับไปเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงจัง
เป้าหมายคือ อย่างน้อยเรียนให้จบ Minino Nihongo เล่ม 4
เพื่อให้มีความรู้เพียงพอที่จะไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N4

“สอบไปทำไม จะไปเป็นล่ามเหรอ?”

ภาษาญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิต
เราอยากพูดภาษาญี่ปุ่นระดับสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ติดต่องานเพื่อทำธุรกิจได้
อยากเข้าใจเรื่องที่ไอดอลพูดในคอนเสิร์ต ดูภาพยนต์ญี่ปุ่นเข้าใจ ไม่ต้องอ่านซับ
อยากแปลเรื่องสั้นและนิยายญี่ปุ่นได้ ซึ่งอาจต่อยอดไปเป็นนักแปลในอนาคต

เป้าหมาย หรือความฝัน หรือการจะได้ทำในสิ่งที่ชอบ
ต้องลงทุนทั้ง เงิน, เวลา และจิตใจ

มีเงิน แต่ไม่มีเวลา ความฝันมักถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ
มีเวลา แต่ไม่มีเงิน โอกาสจะได้ทำตามฝัน ยากขึ้นไปอีก
มีเงินและเวลา แต่ไม่มีใจ 
เมื่อเจออุปสรรคระหว่างทาง ทำให้เหนื่อย ท้อแท้ อาจหยุดเดิน หรือเปลี่ยนเส้นทาง

แต่หากคุณยังไม่มีเงินและเวลา แต่คุณมีใจ
ความปรารถนาอันแรงกล้า จะเป็นพลังผลักดันให้คุณทำงานสร้างรายได้ และสามารถจัดสรรเวลา เพื่อไปทำสิ่งที่คุณรัก หรือก้าวไปยังเส้นทางที่คุณฝันได้

วันนี้เราพอจะมีรายได้ จึงพยายามแบ่งเวลาไปเรียนภาษาญี่ปุ่น 
เพื่อพาตัวเองไปอยู่ในเส้นทางของเป้าหมาย  
แม้หนทางยังอีกไกลมาก แต่เราจะเดินไปเรื่อยๆ 

เงินและเวลา เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย
สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความเข้มแข็งของจิตใจเรานั่นเอง

Thursday, January 3, 2019

เรียนภาษาญี่ปุ่น ตอนอายุ 40++ สายไปไหม?

มอบของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง 💝🇯🇵 
ด้วยคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น เริ่มต้น อะ อิ อุ เอะ โอะ ใหม่เลย 
:
เรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรก พ.ศ. 2551 เพิ่งจบปริญญาโท กำลังร่อนรีซูเม่ เพื่อกลับสู่ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ว่างงานอยู่หลายเดือน มีรายได้จากงาน part-time บ้าง พอจะมีเงินก้อนเล็กๆ ไปสมัครเรียนภาษาญี่ปุ่น ทั้งที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย และมองไม่เห็นโอกาสที่จะได้ไป แต่ใจมันรัก เรียนไว้ก่อนแล้วกัน 
:
เรียนหลักสูตรเร่งรัด จันทร์ - ศุกร์ ภาคบ่าย และทำงานพิเศษช่วงเย็น - ค่ำ หนักพอสมควร ตังค์ก็มีน้อย เพราะยังไม่ได้ทำงานประจำ แต่เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ ได้เรียนรู้ชีวิตอีกแง่มุมนึง ได้เพื่อนใหม่ในคลาสเรียนและงานพิเศษ
:
ตอนนั้นชอบญี่ปุ่นมากๆ อยากไปญี่ปุ่น อยากทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น แม้ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น แค่ระดับเตรียมอนุบาล 
:
เรียนจบ มินนะ โนะ นิฮงโกะ เล่ม 1 🇯🇵 ไม่ได้ลงเรียนต่อ (ตังค์หมด) 




:
หลักจากนั้นไม่กี่เดือน ได้งานที่ต้องเดินทางไปอบรมเรียนรู้ที่มาเลเซีย 4 เดือน ต้องรื้อฟื้นภาษาอังกฤษ ฝึกพูดฟังภาษาอังกฤษทุกวัน ภาษาญี่ปุ่นที่เรียนไปไม่ได้ใช้งานเลย
:
จนกระทั่ง พ.ศ. 2553 ลาออกจากงานประจำ หันเหเส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจออนไลน์ จึงได้กลับมาสัมผัสภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง 🇯🇵
:
เกือบ 10 ปี ที่ทำธุรกิจพรีออเดอร์ญี่ปุ่น ตกอยู่ในวังวนของญี่ปุ่น แต่ภาษาญี่ปุ่นไม่พัฒนาเลย พึ่งพาแต่ Google translate ไปญี่ปุ่นก็พูดสำเนียงงูปลามาก รู้สึกอายที่จะพูดว่า “ตกหลุมรักญี่ปุ่น” 💝
:
ปีที่แล้ว เริ่มกลับมาทบทวนภาษาญี่ปุ่น แม้จะไม่จริงจัง แต่ก็ขยับเข้าใกล้มากกว่าเดิม เดินทางไปญี่ปุ่น 3 ครั้ง ภายใน 1 ปี เพื่อไปดูคอนเสิร์ตและหิ้วของจากญี่ปุ่น เหนื่อยและสนุกมาก 
:
อยากเข้าใจและพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีกว่านี้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เกเรนิดหน่อย 😅
:
ปีนี้ตั้งใจมุ่งมั่นจริงจัง ผ่านไป 10 ปี ขอเริ่มต้นใหม่ ยังไม่สาย 
:
แม้อายุ 40++ แล้ว ความจำและสายตาไม่ดีเท่า 10 ปีก่อน 
:
ประสบการณ์ที่สะสมจากธุรกิจพรีออเดอร์ญี่ปุ่น และไปญี่ปุ่นมาหลายรอบ น่าจะช่วยให้เรียนตามลูกๆ หลานๆ ในคลาสได้ 😂
:
ไม่มีคำว่า  “สาย” ที่จะเริ่มลงมือทำ 
💕 ถามใจตัวเองก่อน... 

ได้คำตอบแล้ว  “ลุย” กันเลย ✈️