Showing posts with label เรียนภาษาญี่ปุ่น. Show all posts
Showing posts with label เรียนภาษาญี่ปุ่น. Show all posts

Thursday, March 7, 2019

30 วัน ก้าวข้าม “ความขี้เกียจ”

30 วัน ก้าวข้าม “ความขี้เกียจ” 
おめでとうございます。
ผลสอบวัดความรู้ Minna no Nihongo เล่ม 1 
ผ่านฉลุย 90%  (เกณฑ์ผ่าน 65%)



เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ที่หักดิบการใช้ชีวิต
เคยนอนหลังเที่ยงคืน ตื่นเที่ยงวัน
มาเป็นตื่นตี 5 นอนก่อนเที่ยงคืน
อ่านหนังสือ ทำการบ้านให้เรียบร้อย
แล้วถึงจะแต่งตัวออกจากบ้าน
ไปเป็นปลากระป๋องบน Bts อ่อนนุช เพื่อไปลงพร้อมพงษ์
:
แม้จะเป็นช่วงสถานีสั้นๆ ใช้เวลาไม่นาน
แต่ต้องลุ้นว่าจะมีขบวนโล่งๆ มารับหรือเปล่า
ถ้าคนแน่นติดๆกันหลายขบวน
มีโอกาสได้ใช้บริการพี่วินแว๊นไปส่งแน่ๆ
:
หลายครั้งที่อยากขี้เกียจ
“การบ้านไม่ทำ หนังสือไม่อ่าน นอนดูซีรี่ย์ข้ามคืน”
แต่เป็นเพียงความคิดชั่ววูบ
แว๊บเดียวก็ถูกความมุ่งมั่น ที่มีมากกว่าทำลายไป
:
เริ่มแรกผู้เรียนเต็มคลาส 21 คน
จบคอร์สแรก ไปต่อคอร์ส 2 ไม่ถึง 10 คน
หลายคนเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น
บางคนย้ายไปเรียนที่ใหม่ ใกล้ๆบ้าน
บางคนยังไม่สะดวกไปต่อคอร์ส 2
มีบ้างที่กลับไปเรียนซ้ำคอร์ส 1 ให้ความรู้แน่นกว่าเดิม



เรียนภาษาญี่ปุ่นและสอบให้ผ่าน ไม่ยากเลย
แค่ไปเรียนทุกวัน ทำการบ้านและแบบฝึกหัดด้วยตัวเอง
เพราะข้อสอบอยู่ในหนังสือและแบบฝึกหัดทั้งหมด
:
ยากที่สุด ไม่ใช่ข้อสอบ แต่คือการรับผิดชอบตัวเอง
(เราขาดเรียน 2 วัน ป่วยจริงกับป่วยการเมือง)
:
6 สัปดาห์ ที่ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต เหนื่อยบ้างแต่ไม่ท้อ
เรามีความสุขมากที่ได้กลับไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
ดีใจมากที่ออกจาก "Comfort zone" ได้
รู้สึกฟื้นคืนพลังขึ้นมาอีกขั้นแบบ “ซุปเปอร์ไซย่า”
:
ตั้งเป้าหมาย เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
ลงสู่สนามมาราธอนแล้ว แม้จะวิ่งช้าๆ
แต่เราจะวิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเส้นชัย
ไม่ได้แข่งกับใคร แข่งกับใจตัวเอง..แค่นั้นพอ





Sunday, February 17, 2019

เงิน เวลา และจิตใจ


เขาว่า เวลาแห่งความสุข มักผ่านไปไว
เราว่า เวลาชีวิตยุ่งเหยิง ผ่านไปไวกว่า

เหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน จะเรียนจบ Minino Nihongo เล่ม 1 แล้ว 
ซึ่งจะต้องสอบให้ผ่าน เพื่อเลื่อนไปเรียนระดับ J02 หรือ Minino Nihongo เล่ม 2 ต่อไป

ทุกๆ วันที่ไปเรียน ไม่มีเวลาขี้เกียจเลย
เสาร์ - อาทิตย์ ตารางงานแน่น แม้จะมีเวลาให้เถลไถลบ้าง ก็จะรู้สึกไม่สบายใจ 
อยากรีบกลับไปตอบ inbox ลูกค้า แพ็คของ ทำการบ้าน ทบทวนบทเรียน



1 เดือน ที่กลับสู่ชีวิตนักเรียน ปรับเปลี่ยนตารางชีวิตหลายอย่าง 
นอนเร็วขึ้น ตื่นเช้าขึ้น ไม่มีช่วงเวลาให้เอ้อระเหยเลย 

หลายครั้งโกรธตัวเองที่บริหารเวลาไม่ดีพอ มีหลายอย่างที่จะต้องทำ แต่ยังไม่ได้ทำสักที เช่น ออกกำลังกาย, ถ่ายคลิปยูทูป, อัพเดทหนังสือ 
แม้แต่เขียนไดอารี ยังห่างหายไปเกือบเดือน

ปีที่แล้ว เราเริ่มทบทวนภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่จริงจังนัก 
ยังกล้าไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N5 ผลคือ คะแนนตกต่ำตามคาด

ทำให้เราตัดสินใจกลับไปเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงจัง
เป้าหมายคือ อย่างน้อยเรียนให้จบ Minino Nihongo เล่ม 4
เพื่อให้มีความรู้เพียงพอที่จะไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N4

“สอบไปทำไม จะไปเป็นล่ามเหรอ?”

ภาษาญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิต
เราอยากพูดภาษาญี่ปุ่นระดับสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ติดต่องานเพื่อทำธุรกิจได้
อยากเข้าใจเรื่องที่ไอดอลพูดในคอนเสิร์ต ดูภาพยนต์ญี่ปุ่นเข้าใจ ไม่ต้องอ่านซับ
อยากแปลเรื่องสั้นและนิยายญี่ปุ่นได้ ซึ่งอาจต่อยอดไปเป็นนักแปลในอนาคต

เป้าหมาย หรือความฝัน หรือการจะได้ทำในสิ่งที่ชอบ
ต้องลงทุนทั้ง เงิน, เวลา และจิตใจ

มีเงิน แต่ไม่มีเวลา ความฝันมักถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ
มีเวลา แต่ไม่มีเงิน โอกาสจะได้ทำตามฝัน ยากขึ้นไปอีก
มีเงินและเวลา แต่ไม่มีใจ 
เมื่อเจออุปสรรคระหว่างทาง ทำให้เหนื่อย ท้อแท้ อาจหยุดเดิน หรือเปลี่ยนเส้นทาง

แต่หากคุณยังไม่มีเงินและเวลา แต่คุณมีใจ
ความปรารถนาอันแรงกล้า จะเป็นพลังผลักดันให้คุณทำงานสร้างรายได้ และสามารถจัดสรรเวลา เพื่อไปทำสิ่งที่คุณรัก หรือก้าวไปยังเส้นทางที่คุณฝันได้

วันนี้เราพอจะมีรายได้ จึงพยายามแบ่งเวลาไปเรียนภาษาญี่ปุ่น 
เพื่อพาตัวเองไปอยู่ในเส้นทางของเป้าหมาย  
แม้หนทางยังอีกไกลมาก แต่เราจะเดินไปเรื่อยๆ 

เงินและเวลา เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย
สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความเข้มแข็งของจิตใจเรานั่นเอง

Thursday, January 3, 2019

เรียนภาษาญี่ปุ่น ตอนอายุ 40++ สายไปไหม?

มอบของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง 💝🇯🇵 
ด้วยคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น เริ่มต้น อะ อิ อุ เอะ โอะ ใหม่เลย 
:
เรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรก พ.ศ. 2551 เพิ่งจบปริญญาโท กำลังร่อนรีซูเม่ เพื่อกลับสู่ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ว่างงานอยู่หลายเดือน มีรายได้จากงาน part-time บ้าง พอจะมีเงินก้อนเล็กๆ ไปสมัครเรียนภาษาญี่ปุ่น ทั้งที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย และมองไม่เห็นโอกาสที่จะได้ไป แต่ใจมันรัก เรียนไว้ก่อนแล้วกัน 
:
เรียนหลักสูตรเร่งรัด จันทร์ - ศุกร์ ภาคบ่าย และทำงานพิเศษช่วงเย็น - ค่ำ หนักพอสมควร ตังค์ก็มีน้อย เพราะยังไม่ได้ทำงานประจำ แต่เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ ได้เรียนรู้ชีวิตอีกแง่มุมนึง ได้เพื่อนใหม่ในคลาสเรียนและงานพิเศษ
:
ตอนนั้นชอบญี่ปุ่นมากๆ อยากไปญี่ปุ่น อยากทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น แม้ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น แค่ระดับเตรียมอนุบาล 
:
เรียนจบ มินนะ โนะ นิฮงโกะ เล่ม 1 🇯🇵 ไม่ได้ลงเรียนต่อ (ตังค์หมด) 




:
หลักจากนั้นไม่กี่เดือน ได้งานที่ต้องเดินทางไปอบรมเรียนรู้ที่มาเลเซีย 4 เดือน ต้องรื้อฟื้นภาษาอังกฤษ ฝึกพูดฟังภาษาอังกฤษทุกวัน ภาษาญี่ปุ่นที่เรียนไปไม่ได้ใช้งานเลย
:
จนกระทั่ง พ.ศ. 2553 ลาออกจากงานประจำ หันเหเส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจออนไลน์ จึงได้กลับมาสัมผัสภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง 🇯🇵
:
เกือบ 10 ปี ที่ทำธุรกิจพรีออเดอร์ญี่ปุ่น ตกอยู่ในวังวนของญี่ปุ่น แต่ภาษาญี่ปุ่นไม่พัฒนาเลย พึ่งพาแต่ Google translate ไปญี่ปุ่นก็พูดสำเนียงงูปลามาก รู้สึกอายที่จะพูดว่า “ตกหลุมรักญี่ปุ่น” 💝
:
ปีที่แล้ว เริ่มกลับมาทบทวนภาษาญี่ปุ่น แม้จะไม่จริงจัง แต่ก็ขยับเข้าใกล้มากกว่าเดิม เดินทางไปญี่ปุ่น 3 ครั้ง ภายใน 1 ปี เพื่อไปดูคอนเสิร์ตและหิ้วของจากญี่ปุ่น เหนื่อยและสนุกมาก 
:
อยากเข้าใจและพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีกว่านี้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เกเรนิดหน่อย 😅
:
ปีนี้ตั้งใจมุ่งมั่นจริงจัง ผ่านไป 10 ปี ขอเริ่มต้นใหม่ ยังไม่สาย 
:
แม้อายุ 40++ แล้ว ความจำและสายตาไม่ดีเท่า 10 ปีก่อน 
:
ประสบการณ์ที่สะสมจากธุรกิจพรีออเดอร์ญี่ปุ่น และไปญี่ปุ่นมาหลายรอบ น่าจะช่วยให้เรียนตามลูกๆ หลานๆ ในคลาสได้ 😂
:
ไม่มีคำว่า  “สาย” ที่จะเริ่มลงมือทำ 
💕 ถามใจตัวเองก่อน... 

ได้คำตอบแล้ว  “ลุย” กันเลย ✈️